บีเอสคลินิกกายภาพบำบัด BS-Therapy Clinic
จันทร์- เสาร์ 09.00 - 17.00

ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์

บีเอส คลินิกกายภาพบำบัด

ฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ

ดูแลและฟื้นฟูสุขภาพร่างกาย รักษาอาการปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ ออฟฟิศซินโดรม ผู้ป่วยโรคเลือดสมองหรือสโตรก บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา พร้อมให้บริการตรวจประเมินโครงสร้างร่างกาย ผสานเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อคืนความสุขให้ทุกการเคลื่อนไหวของคุณ

รับคำปรึกษาฟรี

ไม่แน่ใจว่าอาการของคุณควรรักษาอย่างไร ปรึกษานักกายภาพบำบัดกับเราได้ฟรี

- พูดคุยเกี่ยวกับอาการ

- ประเมินปัญหาเบื้องต้น

- แนะนำแนวทางการดูแลที่เหมาะกับคุณ เพราะทุกอาการมีความแตกต่างกัน การดูแลที่เหมาะสม จึงควรเริ่มจากการเข้าใจร่างกายของคุณ

การให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคล

เราใส่ใจตั้งแต่การประเมินอาการ วิเคราะห์ปัญหาและข้อจำกัดของแต่ละบุคคล วางแผนการรักษาให้เหมาะกับร่างกายและเป้าหมายของคุณ ติดตามผลและปรับโปรแกรมให้เหมาะสมในแต่ละครั้ง

การรักษา

ถึงเวลาหันมาใส่ใจร่างกายของคุณ ปวดคอ บ่า ไหล่ ปวดหลัง หรือมีอาการตึงจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน? ให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณด้วย “กายภาพบำบัดเฉพาะบุคคล” ประเมินอย่างละเอียด วางแผนการรักษาให้เหมาะกับคุณ และดูแลโดยนักกายภาพบำบัดอย่างใกล้ชิด

กายภาพบำบัด

Therapy

การรักษากายภาพบำบัด ตรวจ ประเมิน และรักษาฟื้นฟู
แบ่งกลุ่มอาการที่รับรักษา
1. กลุ่มอาการปวดกระดูก กล้ามเนื้อ และข้อต่อ (Musculoskeletal Conditions) ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome):
ปวดคอ บ่า ไหล่ สะบัก และหลังจากการนั่งทำงานนาน
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท: อาการปวดหลังร้าวลงขา หรือปวดคอร้าวลงแขน ชาปลายมือปลายเท้า ข้อต่ออักเสบและเสื่อม: ข้อเข่าเสื่อม ข้อไหล่ติด (Frozen Shoulder) รองช้ำ (เจ็บส้นเท้า) การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา: กล้ามเนื้อฉีกขาด เอ็นอักเสบ ข้อเท้าพลิก

2. กลุ่มโรคทางระบบประสาท (Neurological Conditions)
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke): อัมพฤกษ์ อัมพาต แขนขาอ่อนแรง
โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s): ฟื้นฟูการทรงตัว ลดอาการเกร็ง ฝึกการเดิน เส้นประสาทคู่ที่ 7 อักเสบ (Bell’s Palsy): หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว ยักคิ้วไม่ขึ้น 

3. ขั้นตอนและเทคโนโลยีที่ใช้ในการรักษา
การใช้เครื่องมือมืออาชีพ:

 – Tens : กระตุ้นไฟฟ้า แก้อาการลดปวดและกระตุ้นกล้ามเนื้อ
 – Shockwave Therapy: คลื่นกระแทกรักษาอาการปวดเรื้อรังและเอ็นอักเสบ
 – High Power Laser: เลเซอร์กำลังสูงลดอาการอักเสบและบวม
 – Ultrasound Therapy: คลื่นเสียงลดการอักเสบ เพิ่มการไหลเวียนเลือด
 – PMS (Peripheral Magnetic Stimulation): คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าลดอาการปวดและชา
 – การหัตถการด้วยมือ (Manual Therapy): การดัด ดึง ดึงข้อต่อ และนวดกดจุดคลายพังผืด (Trigger Point Release)

 

เครื่องมือกายภาพบำบัด

กภ. เสาวณีย์ อำพิสัย

ประวัติการศึกษาและประสบการณ์

     สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี
สาขากายภาพบำบัด จากมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และศึกษาต่อหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง

     มีประสบการณ์ด้านการสอนกายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยาในฐานะอาจารย์พิเศษ ณ โรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดโพธิ์และเชตวัน รวมถึงมีประสบการณ์สอนในประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งนครนิวยอร์กและลอสแอนเจลิส

     มีประสบการณ์บริหารและดำเนินงานคลินิกกายภาพบำบัด และปัจจุบันเป็นเจ้าของ บีเอสคลินิกกายภาพบำบัด ซึ่งมีสาขาปากช่อง ลำนารายณ์ และเพชรเกษม กรุงเทพมหานคร

ประวัติการอบรมและพัฒนาวิชาชีพ

     ผ่านการอบรมและพัฒนาความรู้ด้านกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์ฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง อาทิ

  • Physical Therapy in Vertigo and Dizziness Patients

  • Shockwave Therapy on Tendinopathy – Therapy & Clinical Practice

  • Role of Physical Exercise for Managing Physical Diseases

  • Neuro-Orthopedic Approach for Lumbopelvic Diseases

  • Cardiology Connects

  • Stroke Functional Rehabilitation with I-Fast

กายภาพบำบัดช่วยรักษาอาการอะไรได้ ?

คำถามที่พบบ่อย?

กายภาพบำบัดคืออะไร?

กายภาพบำบัด (Physical Therapy) คือการดูแลและฟื้นฟูร่างกายโดยใช้การเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย และเทคนิคหรือเครื่องมือทางกายภาพ เพื่อช่วย ลดอาการปวด เพิ่มการเคลื่อนไหว และฟื้นฟูการทำงานของร่างกาย โดยนักกายภาพบำบัดจะประเมินปัญหาและวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละคน

กายภาพบำบัดรักษาอะไรได้บ้าง?

* ปวดคอ บ่า ไหล่ และหลัง * ออฟฟิศซินโดรม * อาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา * ข้อเสื่อมและอาการปวดข้อ * กล้ามเนื้ออ่อนแรง * การฟื้นฟูหลังผ่าตัดหรืออุบัติเหตุ * ปัญหาการเดินและการทรงตัว

วิธีการรักษาโดยการกายภาพ?

อาจประกอบด้วยการออกกำลังกายเฉพาะบุคคล การยืดกล้ามเนื้อ การรักษาด้วยมือ รวมถึงเครื่องมือทางกายภาพบางชนิด เช่น อัลตราซาวด์ เลเซอร์ หรือการกระตุ้นด้วยไฟฟ้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของนักกายภาพบำบัด

ควรทำกายภาพบ่อยแค่ไหน?

ความถี่ในการทำกายภาพบำบัดขึ้นอยู่กับ อาการ ความรุนแรง และเป้าหมายการรักษา ครับ โดยทั่วไปอาจใช้แนวทางประมาณนี้: * อาการปวดเฉียบพลัน/ปวดมาก → ประมาณ 2–3 ครั้ง/สัปดาห์ ในช่วงแรก * อาการเรื้อรัง เช่น ปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง → ประมาณ 1–2 ครั้ง/สัปดาห์ * ช่วงฟื้นฟูหรืออาการดีขึ้นแล้ว → ลดเหลือ สัปดาห์ละครั้ง หรือทุก 2–4 สัปดาห์ เพื่อประเมินและปรับโปรแกรม * การออกกำลังกายที่นักกายภาพให้กลับไปทำที่บ้าน → มักควรทำอย่างสม่ำเสมอระหว่างวันที่ไม่ได้มาคลินิก เพราะเป็นส่วนสำคัญของการฟื้นตัว

กายภาพบำบัดร่วมกับทานยาด้วยได้หรือไม่?

ตัวอย่างเช่น * ยาแก้ปวด/ยาลดการอักเสบ ช่วยลดอาการปวด ทำให้เคลื่อนไหวและทำกายภาพได้ง่ายขึ้น * 🧑‍⚕️ กายภาพบำบัด ช่วยฟื้นฟูการเคลื่อนไหว ความแข็งแรง และการใช้งานร่างกาย รวมถึงแก้ปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการ * เมื่ออาการดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณา ลดหรือหยุดยา ตามความเหมาะสม แต่ควรแจ้งนักกายภาพบำบัดทุกครั้งว่ากำลังรับประทานยาอะไรอยู่ โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาที่ทำให้ง่วง เพราะอาจมีผลต่อการประเมินและการเลือกวิธีรักษา
โทรศัพท์ ติดต่อ

095-1099-154

เวลาทำการ

Mon to Sat 09:00 - 17:00